แห่ลงทะเบียนขายสลากกินแบ่งพุ่ง 5.8 แสนคน กระทั่งถึงใช้แนวทางสุ่มเลือก 2 แสนคน

lottary

สำนักงานสลากฯ ชี้แห่สมัครสมาชิกขายสลากกินแบ่งพุ่ง 5.8 แสนราย คาดทะลุ 6 แสนราย สูงขึ้นมากยิ่งกว่าโควตา 3 เท่าตัว ข้างหลังคนไม่มีงานทำหันมาทำอาชีพขายสลากเพิ่ม กระทั่งถึงไม่เพิ่มสิทธิเกิน 2 แสนคน –ไม่พิมพ์สลากเกิน 100 ล้านใบ คัดกรองคนได้รับสิทธิด้วยวิธีสุ่มเลือก

วันที่ 17 เดือนมกราคม 2565 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้ตัดสินและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยความคืบหน้า การเปิดรับสมัครสมัครสมาชิกเป็นผู้มีสิทธิซื้อจองสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำปี 2565 ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค.65 ว่าในตอนนี้มียอดผู้สมัครสมาชิกซื้อจองสลากกว่า 5.8 แสนราย แบ่งเป็นผู้สมัครรายเดิม 1 แสนราย และรายใหม่ 4.8 แสนราย โดยจังหวัดเลยมีผู้สมัครสูงสุด 6.4 หมื่นราย รองลงมาเป็นกรุงเทพมหานคร 5.7 หมื่นราย จังหวัดโคราช 2 หมื่นรายจังหวัดนนทบุรี 1.5 หมื่นราย และต่อจากนี้สำนักงานสลากฯ จะเปิดรับสมัครตลอดจนถึงเที่ยงคืนของวันที่ 31 ม.ค.65

“ข้างหลังสำนักงานสลากฯ ปรับปรุงระบบสมัครสมาชิกไปแล้ว สามารถเพิ่มความสะดวก และรองรับผู้สมัครได้มากขึ้นถึง2.4 แสนคนต่อวัน และคาดว่าเมื่อหมดวันรับสมัคร จะมียอดสมัครสมาชิกไม่น้อยกว่า 6 แสนคน หรือมากยิ่งกว่า 3 เท่าตัวจากจำนวนที่ให้ 2 แสนสิทธิ ซึ่งถือว่ามากยิ่งกว่าที่สำนักงานฯ คาดไว้ว่าจะมี 4 แสนคน ด้วยเหตุว่าเศรษฐกิจยังไม่ดี ทำให้มีผู้ว่างงาน หรือผู้ที่ยังไม่เคยขายสลาก อยากมาทำอาชีพขายสลากมากขึ้น”

สำหรับขั้นตอนภายหลังจากปิดรับสมัคร จะมีการนำรายชื่อไปคัดกรองกับฐานข้อมูล พร้อมเอามาสุ่มเลือกแบบแรนดอมและเปิดให้กลุ่มผู้ถูกเลือกมามายืนกระทั่งถึงตัวตนถัดไป โดยทุกขั้นตอนจะมีการทำอย่างเปิดเผย โปร่งใส วิเคราะห์ได้
“ถึงแม้ผู้สมัครจะสูงขึ้นมากยิ่งกว่าจำนวนสิทธิที่ให้ถึง 3 เท่าตัว แต่สำนักงานสลากฯ จะไม่มีการเพิ่มสิทธิ หรือพิมพ์สลากกินแบ่งเพิ่มจากงวดละ 100 ล้านใบ ด้วยเหตุว่ามองว่าจำนวน 100 ล้านใบนั้น สมควรต่อคนซื้อในตลาดเห็นได้จากไม่มีสลากกินแบ่งขาดตลาด หรือเหลือค้างแผง แต่จำนวนนี้อาจน้อยเกินไปต่อผู้ที่อยากขาย ที่ต้องการหาสลากไปขายเป็นจำนวนมากงวดละ 100 ล้านใบ“

อย่างไรก็ตาม ยอดการสมัครสมาชิกที่สูงเกินคาด สะท้อนให้มีความเห็นว่าอาชีพผู้ค้าสลากฯ ยังเป็นที่ต้องการของพสกนิกรโดยมาก ซึ่งอาจจะเป็นผลให้มีขั้นตอนรับซื้อสลากไปขายต่อได้อีก แต่สำนักงานฯ ไม่ได้นิ่งเฉย และมานะแก้ปัญหาเต็มกำลัง ทั้งเปิดสมัครสมาชิกเลือกสรร ผู้ขายตัวจริงเข้ามาใหม่ การใช้มาตรการทางด้านกฎหมาย ตัดสิทธิผู้ขายเกินราคาอย่างเข้มงวด รวมทั้งเปิดรับโครงงานสลาก 80 ทั่วประเทศ เพิ่มจุดขายสลาก 80 บาทให้ครบทุกอำเภอ ซึ่งมีผู้สมัครมาแล้วกว่า 3.2 พันราย
“แต่หากปัญหาการขายตอน หรือนำสลากไปขายต่อเกินราคายังมีสูงอีก สำนักงานสลาก จะตรึกตรองแนวทางการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ผลิตภัณฑ์ออนไลน์เข้ามาแก้ปัญหา โดยจะเริ่มเปิดประชาพิจารณ์ฟังความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนหลังสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อฟังว่าว่าสำนักงานสลากฯ ต้องมีกระบวนการทำสลากออนไลน์ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่หรือเปล่า หากมีความเห็นว่าสมควร ก็จะถามต่อว่าต่อขานควรจะทำในรูปแบบไหน แต่ช่วงเวลาเดียวกันสำนักงานสลากฯ จะไม่ทอดทิ้งผู้ค้าเก่า และยังพิมพ์สลากกินแบ่งเพื่อขายควบคู่กันไป”