Month: March 2021

“ปิ่น เก็จมณี” ไฟเขียว “เจ้านาย – จูเน่” เลื่อนจากคู่จิ้นเป็นคู่จริง

“ปิ่นปักผม – เก็จมณี วรรธนะสิน” ลั่นไฟเขียวถ้า “เจ้านาย – จูเน่” ถ้าเกิดจะเลื่อนสถานะจากคู่จิ้นเป็นคู่จริง ลั่นลูกชายรักคนไหนกันแน่แม่รักด้วย อัปเดต “เจ้ามหาสมุทร” ลูกชายคนเล็ก อาการป่วยดียิ่งขึ้น ข้างหลังแอดไม่ทนาน 2 อาทิตย์ เรียกว่าทำเอาแฟนคลับจิ้นหนักมากมายอย่างสม่ำเสมอ สำหรับคู่ของ เจ้านาย – จินเจษฎ์ วรรธนะสิน แล้วก็ จูเน่ – เพลินพิชญา โกมลารชุน ที่เคยเสิร์ฟความน่ารักน่าเอ็นดู มุ้งมิ้ง ในซีรีส์ “ฉลาดหลักแหลมเกมส์โกง” มาแล้ว แถมปัจจุบันยังได้มาร่วมฟีเจอริ่งกันในเพลง “แปะหัวใจ” ที่เสิร์ฟโมเมนต์หวานๆทั้งยังในเอ็มวีแล้วก็นอกจอ เชิญชวนลุ้นให้เลื่อนจากคู่จิ้นเป็นคู่จริงอีกด้วย…

เช็กสิทธิ์ “เราชนะ” กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน รับเงินครั้งแรกผ่านบัตรประชาชน 6,000

www.เราชนะ.com ประกาศผลการคัดกรองคุณสมบัติ ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ รับวงเงินสิทธิ์ครั้งแรก 6,000 บาท 19 มี.ค.64 วันที่ 15 มี.ค.64 นางสาวกุลยา ตันว่ากล่าวเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความก้าวหน้า “แผนการเราชนะ” ในการคัดกรองคุณลักษณะ สำหรับพสกนิกรกลุ่มคนที่อยากได้ความให้การช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ลงทะเบียนเข้าร่วมแผนการ ระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ – 5 มี.ค. 2564 ว่า พสกนิกรกลุ่มดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นสามารถตรวจทานสถานะการคัดกรองคุณลักษณะได้ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยคนที่ผ่านการคัดกรองคุณลักษณะจะได้รับวงเงินสิทธิ์ทีแรก จำนวน 6,000 บาท ในวันที่ 19 มี.ค. 2564 แล้วก็สามารถใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นผ่านบัตรประชาชนแบบสารพัดประโยชน์ (Smart Card) ได้ที่ผู้ประกอบธุรกิจร้านแล้วก็ผู้ให้บริการที่เข้าร่วมแผนการฯ นางสาวกุลยา ย้ำว่า สำหรับผู้ประกอบธุรกิจร้านแล้วก็ผู้ให้บริการที่สนใจเข้าร่วมแผนการฯ สามารถสมัครเข้าร่วมแผนการฯ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มี.ค. 2564 โดยสามารถศึกษาเล่าเรียนรายละเอียดอื่นๆได้ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com หรือติดต่อสาขาของแบงค์กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ยิ่งกว่านั้น โฆษกกระทรวงการคลังได้แถลงเพิ่มถึงความก้าวหน้าของแผนการฯ ณ วันที่ 15 มี.ค. 2564 ดังนี้ 1. พสกนิกรกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการที่เมือง จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 49,451 ล้านบาท 2. พสกนิกรกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในแผนการเราท่องเที่ยวร่วมกันแล้วก็คนละครึ่ง แล้วก็กลุ่มพสกนิกรทั่วๆไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดกรองคุณลักษณะพื้นฐานแล้วก็การันตีการใช้สิทธิ์ร่วมแผนการฯ แล้ว จำนวน 16.6 ล้านคน แล้วก็มีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 66,804 ล้านบาท 3. พสกนิกรกลุ่มคนที่อยากได้ความให้การช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณลักษณะแล้ว จำนวน 0.5 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. 2564 เป็นต้นมา จำนวน 2,049 ล้านบาท ทำให้มีผู้ได้รับสิทธิ์ในแผนการฯ แล้ว รวมทั้งสิ้นจำนวน 30.8 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 118,304 ล้านบาท ซึ่งคือการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบธุรกิจร้านธงฟ้าราคาย่อมเยาพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้านคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมแผนการฯ รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจร้านแล้วก็ผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมแผนการฯ จำนวนทั้งหมดทั้งปวงมากกว่า 1.2 ล้านธุรกิจการค้า.

www.ม33เรารักกัน.com ย้ำขั้นตอนขอ “ทบทวนสิทธิ์” สำหรับผู้ไม่ผ่านรอบแรก

“ประกันสังคม” ย้ำขั้นตอนการยื่นขอทบทวนสิทธิ์ “ม.33 เรารักกัน” สำหรับผู้ประกันตนไม่ผ่านรอบแรก ผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com ภายในวันที่ 15-28 มี.ค.64 วันที่ 16 มี.ค. 2564 นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวถึง การดูแลผู้ประกันตนมาตรา 33 ในระบบประกันสังคม ที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์เงินเยียวยาจากรัฐบาล ผ่านแผนการ “มัธยม33 เรารักกัน” เข้าตรวจดูสิทธิ์การรับเงินได้เมื่อวันที่ 15-28 มี.ค. 64 ผ่านเว็บ www.ม33เรารักกัน.com รวมทั้งกดรับรองตัวตนผ่านวิถีทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในวันที่ 15-21 มี.ค.64 ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับวงเงินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในวันที่ 22, 29 มี.ค.64 รวมทั้ง 5, 12 เม.ย. 64 ทีละ 1,000 บาท จนครบ 4,000 บาท โดยผู้ประกันตนสามารถเริ่มใช้จ่ายซื้อผลิตภัณฑ์รวมทั้งบริการผ่านร้านค้า/ผู้ประกอบกิจการ/บริการ ในร้านค้าธงฟ้าที่ใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” หรือภายใต้แผนการ “คนละครึ่ง” รวมทั้งแผนการ “เราชนะ” ได้ในวันที่ 22 มี.ค. – 31 พฤษภาคม64 แต่สำหรับกรณีที่ผู้ประกันตน ตรวจดูสิทธิ์แล้วมิได้รับสิทธิ์ตามแผนการ มัธยม33 เรารักกัน สามารถขอทบทวนสิทธิ์ผ่านเว็บ www.ม33เรารักกัน.com ได้ตั้งแต่ 15–28 มี.ค.64 ในเวลา 06.00–23.00 น. โดยขอให้ผู้ประกันตนกดเข้าไปที่รายการอาหาร “ทบทวนสิทธิ์” (ปุ่มสีเหลือง) ต่อจากนั้นกรอกข้อมูลเฉพาะบุคคลเพื่อใช้สำหรับเพื่อการทบทวนสิทธิ์อย่างรอบคอบกระจ่างแจ้ง เช่น นามสกุล, เลขบัตรประจำตัวประชาชน รวมทั้งรหัสข้างหลังบัตร, วัน/เดือน/ปีเกิด, จังหวัดที่อยู่ที่อาศัย, เบอร์โทรศัพท์ หลังจากนั้นคลิกปุ่ม “ขอทบทวนสิทธิ์”…

ส่องประวัติ ท็อป ณฐแขน นักแสดงหนุ่มดีกรีสมัยก่อนนักกีฬาทีมชาติ

ส่อง เรื่องราว ‘ท็อป ณฐแขน’ ดาราหนังหนุ่มสายบู๊ดีกรีสมัยก่อนนักกีฬาเทควันโดกลุ่มชาติจากละครเรื่อง ‘เหนือก้อนเมฆ’ ก่อนจะผันตัวไปเป็นดังแสดงอิสระ ท็อป ณฐแขน เรื่องราว – ณฐแขน ไตรกิศยเวช ชื่อเล่น ท็อป เกิดช่วงวันที่ 18 พ.ย. พุทธศักราช 2528 สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถัดมาท็อปได้เป็นเลิศในนักกีฬาเทควันโดกลุ่มชาติ แล้วก็ได้เลื่อนฐานะเป็นคุณครูสอนเทควันโด นอกจากนั้นเจ้าตัวยังมีความรู้และมีความเข้าใจทางด้านกีฬาอื่นๆอีก เช่น เทควันโด, กังฟู, ฟุตบอล, ฯลฯ ตราบจนกระทั่งในปี พุทธศักราช 2552 ท็อปก็ได้ถูกรับเลือกเป็น ‘ราชทูตรักสุขภาพ’ ให้กับทาง เทสโก้ โลตัส ซึ่งเปลี่ยนเป็นหนังสือเบิกทางทำให้เจ้าตัวได้เข้าสู่วงการรื่นเริง โดยส่วนมากเจ้าตัวจะเล่นบทบู๊หรือไม่ก็แสดงเป็นตัวร้ายในละคร ก่อนจะหมดสัญญากับทางช่อง 3 แล้วก็ผันตัวไปเป็นดังแสดงอิสระในที่สุด ผลงานทางด้านละคร • หัวใจรักผ่านภพ • เหนือก้อนเมฆ • ตะวันเดือด • ชาติเจ้าพระยา • ไฟในพายุ • ลูกขี้ข้า • ร้ายรักเสือกังฟู • คงกระพันนารี • บางระจัน • ซีรีส์ 7 วันจองเวร • พิภพหิมพานต์ ผลงานทางด้านภาพยนตร์ • โอเวอร์ไซส์..ทลายท้อง ปัจจุบันนี้ (15 มี.ค.) ท็อปมีภรรยาแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้จัดงานแต่งอย่างเป็นทางการ โดยมีลูกร่วมกันทั้งหมด 1 คน

“ยกวิทย์” ฟาด “เชาว์ มีขวด” ปมปล่อยเนื้อปล่อยตัว “สรยุทธ” ถ้าหากด้านในสบายเพราะเหตุไรน้ำหนักลดพรวด-ผมหงอกทั้งยังหัว

อดีตรองโฆษก ปชป.โพสต์ด่ากรมราชทัณฑ์สองมาตรฐาน ปล่อยตัวปล่อยใจ “สรยุทธ์” เนื่องจากเป็นคนมีชื่อเสียง ได้จัดรายการทีวีในคุก คนไม่ร่ำรวยไม่ดังได้แต่มองตาปริบๆเจอคนเคยตารางตัวจริง “ชูวิทย์” ด่าตอบคนหัวขวดไม่รู้เรื่องกฎระเบียบ คนร่ำรวยไม่ร่ำรวยก็พักโทษได้ ถ้าหากภายในสบายทำไมน้ำหนักลดพรวด ผมหงอกทั้งหัว แถมคนมีชื่อเสียงจะต้องกระทำตามระเบียบปฏิบัติเป๊ะ ผิดมิได้ โดนร้องเรียนในทันที แต่สังคมไทยอยากดังไม่เคยรู้ทำไง เลยเกาะกระแสด่าไปด้วย วันนี้ (15 มี.ค.) ในกรณีที่นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ใจความในเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ “อิสระของสรยุทธกับปัญหากรมราชทัณฑ์สองมาตรฐาน” ยัดเยียดข้อหาว่านายสรยุทธได้รับการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต่างจากนักโทษโดยธรรมดา ได้รับสิทธิพิเศษให้จัดรายการทีวีในคุก ร่วมกับแขกรับเชิญจากด้านนอก ทำกับข้าวโชว์กันอย่างสนุกสนาน ทำให้การใช้ชีวิตในคุกของนายสรยุทธก็เลยมีความสุข แตกต่างจากนักโทษคนอื่นๆอย่างชัดเจน แล้วก็ได้รับการนำสชั้นเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นหนึ่งอย่างรวดเร็ว ได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยการลดโทษมาแล้ว 2 ครั้ง ได้รับโทษจำตารางจริงเพียงแต่ 1 ปี 2 เดือน 6 วัน ทิ้งปริศนาให้นักโทษที่มีอัตราโทษในระดับใกล้เคียงกันเข้าสู่คุกพร้อมกัน แต่ไม่ร่ำรวย และไม่ดังเหมือนนายสรยุทธ ต่างนั่งมองตากันปริบๆผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยก็เลยสงสัยว่า นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้รับการอภัยโทษมาได้เช่นไร เนื่องจากคดีคดโกงเป็นคดีแนวนโยบายที่ภาครัฐให้ความใส่ใจแล้วก็ทำลายล้างอย่างเอาจริงเอาจังเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ต่อให้รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงก็บัญญัติกัดกันคนทุจริตไว้ในหลายมาตรา “ผมมิได้เกลียดชังที่นายสุรยุทธทำตัวเป็นคนดี ทำความดีในคุก แล้วก็ได้รับการลดโทษ แต่การได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมในคุก 1 ปีเศษ ที่นายสรยุทธดำรงชีวิตอยู่อย่างสบาย แล้วก็ได้รับการนำสชั้นอย่างรวดเร็ว จนได้รับการพักโทษเป็นกรณีพิเศษ ถ้าหากไม่ใช่เนื่องจากนายสรยุทธเป็นคนร่ำรวย คนมีชื่อเสียง จะได้รับสิทธิพิเศษเช่นนี้หรือไม่ ถือเป็นปัญหาคาใจที่กรมราชทัณฑ์จะต้องตอบ มิฉะนั้นคำว่าสองมาตรฐาน ตารางไว้ขังคนยากจน คนร่ำรวยไม่ติดคุก ไปจนกระทั่งร่ำรวย ดัง ออกจากตารางง่าย คนยากจนหมดโอกาสมองเห็นแสงตะวัน เนื่องจากใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการลดโทษไม่เป็น ไม่อยู่ในสายตาคนคุมกฎที่จะเดินเรื่องให้ คุกก็เลยมืดมิดสำหรับคนปริมาณหนึ่ง แต่สว่างโร่ได้สำหรับบางบุคคลใช่ไหม ผมไม่ต้องการให้การออกจากตารางของนายสรยุทธคราวนี้มีบริบทเรื่องบุญคุณจะต้องทดแทน เนื่องจากลูกจ้างข่าวสารพันล้านคนนี้มีผลกระทบด้านความคิดต่อหลายๆคน แล้วก็กำลังจะกลับไปดำเนินการด้านสื่อในเร็ววันนี้” นายเชาว์ระบุ ปรากฏว่าเฟซบุ๊ก “ชูวิทย์ ใจวิศิษฎ์” ของนายชูวิทย์ ใจวิศิษฎ์ อดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครักเมืองไทย โพสต์ใจความโต้กลับนายเชาว์ หัวข้อ “สันดานคน ที่ไม่สมควรเอาเยี่ยงอย่าง” กล่าวว่า “ขอเรียนให้คนหัวขวดบางบุคคลที่ไม่รู้เรื่องกฎระเบียบของกรมราชฑัณท์ได้รับรู้ว่า “การพักโทษ” ในแต่ละเดือน นักโทษที่เข้ามาตรฐานพักโทษควรจะเป็นนักโทษที่กระทำความผิดทีแรก ไม่ใช่ทำผิดซ้ำจากจำเจ และไม่เป็นคดีอุกฉกรรจ์ อย่างคดีฆ่า ความผิดพลาดเกี่ยวกับเพศ กระทำชำเรา รุมโทรม หรือฉ้อโกงพลเมือง แบบงี้พักโทษมิได้ ที่สำคัญมิได้เป็นการพักโทษสรยุทธเพียงคนเดียว เนื่องจากมั่งคั่ง เลื่องลือ หรือโชคดีคุณจะต้องทดแทนคนไหนกันอะไร แต่เป็นเนื่องจากได้เข้ามาตรฐานตามข้อกำหนดของกรมราชฑัณท์ คนยากจนหรือคนร่ำรวยติดคุกก็มีสิทธิจะพักโทษได้เหมือนกัน อย่าไปตั้งแง่คนร่ำรวยทำเป็น คนยากจนทำไม่ได้ เสมอเหมือนตัวเองรู้เรื่องคนยากจนหนักหนา โถ.. ร่ำรวยหรือจน ในขณะนี้ติดคุกเหมือนกันหมด หรือถ้ามีความรู้สึกว่าข้ามขั้นตอนได้ ลองไปถามบรรดารัฐมนตรี อธิบดี นักการเมืองที่เข้าตารางเนื่องจากคดีหมดแล้ว ว่าลัดขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ได้ไหม? การใช้ชีวิตเยี่ยงนักโทษทั่วไปเป็นเรื่องทุกข์ยากกว่าจะปรับตัวได้ สังเกตดูหน้าตา ร่างกาย ล้วนซูบผอม น้ำหนักลดพรวดโดยไม่ต้องรับประทานยาลดน้ำหนัก ผมที่เคยดำก็ขาวขาวทั้งหัว ถ้ากินอยู่สบายจริง ทำไมถึงมองแตกต่างไปราวกับคนละคน? ต้องการที่จะให้คนพูดไปลองติดคุกมอง มันสบายเหมือนปากพล่อยๆที่บอกออกมาไหม? ติดคุกไม่มีสบายหรอก ยิ่งยุคนี้ด้วยแล้ว บรรดานักโทษหรือญาตินักโทษผู้อื่นต่างจะต้องร้องเรียนกันในทันที ไม่มีเบรคนะครับ เนื่องจากอิสระต้องการของทุกคนเหมือนกันหมด คดีที่ทำให้ท่านสรยุทธติดคุก ถือเป็นคดีแนบท้ายมาตราเมื่อมีอภัยโทษ อันหมายความว่า แม้จะได้ชั้นหนึ่งก็มิได้ลดแบบนักโทษคนอื่นๆเขาเสียด้วย เนื่องจากจะถูกลดอัตราส่วนให้ลดลง ยกตัวอย่างเช่น ธรรมดาชั้นหนึ่ง ได้ลดโทษ 1 ใน 2 (ภาษาตารางเรียกผ่าครึ่ง) ยกตัวอย่างเช่น ติด 8 ปีลดเหลือ 4 ปี ส่วนสรยุทธได้ลดเพียงแค่ 1 ใน 3 หมายความว่า ติด 8 ปี ลดได้เพียงแต่ 2 ปีครึ่งเท่านั้น แต่ฟ้าโปรด มีการอภัยโทษ 2 ครั้งในปีกลาย ระหว่างสรยุทธอยู่ในคุก จะไปว่าสรยุทธมีสิทธิพิเศษได้เช่นไร ไม่มีใครรู้ดีว่าจะมีอภัยโทษเมื่อไหร่? แม้แต่กรมราชทัณฑ์ก็ยังไม่เคยรู้ ส่วนคนยิ่งดัง เข้าตารางยิ่งจะต้องทำใจ เนื่องจากหล่นจากฟ้ามาสู่ดินในตอนข้ามคืน กรมราชทัณฑ์ยิ่งต้องระวัง ทำทุกสิ่งตามข้อกำหนดเป๊ะ ผิดมิได้ เนื่องจากจะถูกร้องเรียนจากนักโทษด้วยกันในทันที ในตารางนักร้องเรียนเยอะแยะนะครับ หูตาไว คนไหนกันได้ข้ามขั้นแซงหน้าสหายเป็นเรื่องแน่ ไอ้ผู้ที่บอก เสียดายวิชาความรู้ที่เรียนมา เป็นนักการเมืองก็มิได้ เป็นนิสัยชาวไทยก็ไม่ใช่ คนทำผิดแล้วไม่หนี เดินก้มหน้าเข้าตาราง ยังทำประโยชน์ให้สังคมได้ ได้แก่คนทำอาหารเป็น ก็ไปทำกับข้าว คนทำไม้เป็น ก็ไปเป็นช่างไม้ คนเคยเป็นครู ก็ไปสอนหนังสือนักโทษ ทุกคนล้วนประพฤติตัวเป็นประโยชน์ต่อราชการ มีระเบียบปรับชั้นได้ สลับกัน ถ้าคนไหนกันทำผิดระเบียบปฏิบัติชกกันในตารางก็โดนปรับชั้นลงได้เหมือนกัน โน้ส อุดม เป็นศิลปินที่น่าเชื่อถือ ที่เข้าไปสร้างผลดี สร้างความสนุกสนานในตาราง ไม่ใช่เฉพาะตอนสรยุทธติดเท่านั้น ลองไปดูใน Youtube หลายที่ที่คุณโน้สเข้าไป ทั้งคุกอุทัยธานี แล้วก็อีกหลายคุก สามารถช่วยลดความเคร่งเครียดในตารางชั่วครั้งชั่วคราวให้นักโทษได้ แต่สังคมไทยมักมีคนทำนองนี้ คืออยากดังแต่ไม่เคยรู้จะก่อให้ตัวเองดังอย่างไร เลยจะต้องเกาะกระแสวิพากษ์วิจารณ์คนมีชื่อเสียงไปบ่อย เข้าทำนอง “อยากดัง แต่หาตัวเองไม่เจอ” ที่สำคัญคือไม่มีองค์วิชาความรู้ คนแบบงี้ไม่มีวันเจริญก้าวหน้า อยู่ที่ไหนก็ไปหมั่นไส้คนอื่นๆ ตัวเองดี คนอื่นๆต่ำช้า แต่แกล้งพูดว่ามิได้เกลียดชัง ผมเป็นคนอีกคนหนึ่งที่เคยแฉหลายแบบของกรมราชทัณฑ์มากว่า 15 ปี เนื่องจากเคยไปติดจริงตั้งแต่ปี 2546 จนตอนนี้ ยอมรับว่ากรมราชทัณฑ์ปรับปรุงแก้ไขไปๆมาๆกในยุคข้างหลังๆโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่มี ยาไม่มี แม้แต่บุหรี่ยังไม่มีให้สูบ สมัยเก่าดูดได้เสรีกระทั่งถึงก่อนนอน ถามจริงๆคนหัวขวดที่พร่ำพูดเรื่องความเป็นธรรม เคยเข้าไปในคุก เคยเห็นภาวะในคุกภายในสักที่หรือไม่? สรยุทธต่อสู้คดีถึงศาลฎีกา คืนเงินพร้อมดอกเบี้ย เข้าไปติดคุก เข้ามาตรฐานพักโทษพิเศษ โทษยังมิได้หมดไป จะต้องใส่กำไล EM จะไปไหนอย่างเสรีก็มิได้ ออกนอกพื้นที่จะต้องขอ มิได้ข้ามขั้นตอนใดของทางกรมราชทัณฑ์เลยสักนิด คนแบบงี้ควรจะให้เขาออกมาทำประโยชน์ดียิ่งกว่าไหม? เนื่องจากถ้าเทียบกับคนไร้ประโยชน์ ที่มัวแต่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นๆแล้ว เขายังทำประโยชน์ให้สังคมได้มากกว่าแยะ”

“แอน จักรพงษ์” โพสต์เดือดจัด ใบ้ปัญหาคนชื่อ น. อยู่จังหวัด น. ลั่นไม่ได้มาทวงบุญคุณ แต่ว่ามาทวงบ้านคืน

“แอน จักรพงษ์” โพสต์เดือดจัด ใบ้ปัญหาคนชื่อ น. อยู่จังหวัด น. ลั่นไม่ได้มาทวงบุญคุณ แม้กระนั้นมาทวงบ้านคืน เพราะว่าเธอไม่เข้าใจคำว่า รู้บุญคุณคน ภายหลังที่เมื่อวานนี้ (2 มี.ค.64) แอน จักรพงษ์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ฟาดถึง นายเพชรเลียนแบบ “เงียบเพชฌฆาตแม้กระนั้นถึงเวลาฟาดจะต้อง “ฟาดไฟลุก” ไม่ให้เหลือซากสักชิ้นเดียว ทำเอาผู้คนจำนวนมากเกิดคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น โดยได้เจาะจงแคปชั่นว่า “เงียบมาสามอาทิตย์เพราะว่าผู้ใหญ่คนคุ้นเคยบอก “ยังไม่ถึงเวลา” ท่านบอกแอน “ให้ล่อทุกคนออกมาจากถ้ำทั้งหมด แล้วสะสมข้อมูล…จะได้ทราบว่าคนไหนเป็นคนไหน ” ส่งฟ้องทีเดียว ส่งประหารทีเดียว ขอบคุณแฟนๆและก็ผู้ประสงค์ดีล้นหลามที่เมตตาส่งข้อมูลเบื้องหน้าและก็เบื้องหลังของ นายเพชรเลียนแบบ พร้อมลูกน้องจอมสะเหล่อที่อยากได้ซีนข่าวเพราะว่าทำอะไรก็เจ๊งไปหมด ก็เลยต้องการเกาะกระแสให้คนมาตามโซเชียลเน็ตเวิร์คของตน เพื่อขายสินค้า ขายของกินต่อ ทุกเอกสาร ทุกข้อมูล ทุกความลึกล้ำ ที่ส่งเข้ามาให้กลุ่มทนายฉลามดุของแอน ล้วนแล้วมีประโยชน์สำหรับเพื่อการฟ้องกลับเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเลข 8-9 หลักต่อคน จะได้เอาทุกบาทไปทำบุญสุนทาน ! เราไม่สมควรปลดปล่อยให้มนุษย์ปากว่าตาขยิบพวกนี้…ลืมหน้าอ้าปากในสังคมค่ะ ขอบคุณทุกคนที่รักแอนเสมอค่ะ ถึงเวลาฟาดเป็นจะต้องฟาดค่ะ!!! #ข้ามเพศพันล้าน #แอนจักรพงษ์ #ลูกแม่แอนจักรพงษ์ #annejakrajutatip” ปัจจุบันวันนี้ (3 มี.ค.64) แอน จักรพงษ์ ออกมาขยับเขยื้อนอีกครั้ง คราวนี้บอกใบ้ตัวหนังสือปัญหา น. อยู่จังหวัด น. มีนิสัย น.เป็นอกตัญญู ทั้งยังร่ายยาวถึงพฤติกรรมบุคคลดังที่กล่าวถึงแล้ว ไม่ได้มาทวงบุญคุณนะแม้กระนั้นมาทวงบ้านคืน!!! เพราะว่าเธอไม่เข้าใจ ความหมายของคำว่า รู้บุญคุณคน เธอเกือบจะล้มละลายเพราะว่าไปกู้หนี้ยืมสินธนาคารมาทำธุรกิจแล้วเจ๊งหมดรูปเมื่อห้าปีที่แล้ว…ฉันก็เอาเงินไปจ่ายปลดหนี้ให้เธอทั้งหมดหลายล้าน…บ้านที่พี่ชายเธออยู่เดี๋ยวนี้กับครอบครัวก็เป็นของฉันทั้งหมด เป็นชื่อของฉันและก็ฉันเป็นเจ้าของ….ฉันบ่มให้เธอมาดำเนินงานกับบริษัทมหาชนของฉันโดยมีเงินเดือนเป็น 6 หลัก และก็ให้เกียรติมีตำแหน่งฐานะเป็นในหนึ่งกรรมการ….ฉันเปิดโอกาสเธอด้วยความปรานีทั้งๆที่ก็รู้ว่าตัวเธอกับแฟนก็มีนอกมีในกับบริษัทตลอดมา….เธอไม่ได้โปล่งใสใจสะอาด จนกระทั่งบุคลากรที่เธอคุมอยู่ก็ลาออกเกือบจะหมดเพราะว่าทนการกระทำของเธอไม่ไหวกับความไม่มีภาวะเป็นผู้นำจริง จำนวนมากใช้เวลากับการหาประโยชน์เพื่อส่วนตน ก็เลยเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการพลัดพราก… หากเธอดีบริษัทก็จะต้องเก็บเธอไว้!!! สัญญาการทำงานก็มีอยู่แล้วว่าหากผู้ถูกจ้างไม่สามารถดำเนินงานได้ก็จะต้องถูกยกเลิกตำแหน่งกันไป มิเช่นนั้นปีกว่าๆก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เธอก็จะต้องมาโวยวายเรียกร้องหรือไปฟ้องร้องคดีสุดแท้แต่เพราะว่าเธอรู้ว่าหลักเกณฑ์ย่อมเป็นหลักเกณฑ์ตามนั้น บริษัทจะต้องไล่เธอออกเพราะว่าคุณสมบัติของเธอพลาดเอง… ดังนั้นเธอก็เลยจะต้องหันเหไปทำห้องอาหารที่ภูมิลำเนาแม้กระนั้นเพราะว่ามันเจ๊ง (พอเพียงเริ่มทำเอง เป็นเจ้าของธุรกิจเอง ถึงรู้ว่ามันไม่ง่ายเหมือนตอนกินค่าจ้างรายเดือน!) ความแค้นเธอก็เลยสะสมอันเกิดมาจากความเคร่งเครียดที่ขาดเงิน พอเพียงเวลานายจ้างเก่าเริ่มถูกสังคมวิภาควิจารณ์ เธอก็เลยใช้จังหวะ ‘ได้ทีขี่แพะไล่’ ทั้งที่ นายเพชรเลียนแบบ แต่ก่อน เธอก็ด่าทอเค้าให้ฉันฟังแบบไม่มีชิ้นดี!…วันนี้ก็ไปช่วยเป็นลูกน้องเขาเพราะว่าความเจ็บปวดแค้นที่เธอขาดเงิน…เพราะว่าความเจ็บที่เธอเจ๊งหมดรูปและก็อยากได้กระแสสังคมให้มาพึงพอใจเธอกับโซเชียลเน็ตเวิร์คของเธอที่หายตายจากไปนานแล้ว เกมแบบงี้คนไหนก็อ่านออก..คนไหนก็เล่นเป็น…กลุ่มทนายฉันเพิ่งส่งจดหมายจัดแจงสั่งฟ้องเธอเป็นเงินแปดหลัก พร้อมยึดบ้านคืนเพราะว่าพฤติกรรมของเธอเป็น ‘กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา’…. มีแม้กระนั้นคนเตือนฉันเสมอว่า เธอเคยเข้าตารางมาแล้ว เชื่อใจเธอไม่ได้เพราะว่าเธอมันเป็นนางงามสิบแปดมงกุฎ ฉันพึ่งจะตาสว่างและก็มีความเห็นว่าทุกคนที่เคยเตือนล้วนเกิดเรื่องจริงแต่กลับไม่ดียิ่งกว่า…คำว่า’อกตัญญู’ มันยังน้อยไปสำหรับเธอ ปล. ไม่ได้มาทวงบุญคุณนะแม้กระนั้นมาทวงบ้านคืน!!! เพราะว่าเธอไม่เข้าใจ ความหมายของคำว่า รู้บุญคุณคน (สันดานเหมือนนายเพชรเลียนแบบที่ทุกรายการโทรทัศน์ ทุกบริษัทที่ทำล้วนเจ๊งหมด!!!) ด้วยเหตุว่าทัศนคติที่ว่า ‘ดำเนินงานต่างคนต่างมีผลตอบแทน’ ประโยคแบบงี้ใครๆก็อึ้ง!!!มีแม้กระนั้นเฉพาะคนที่มีวิสัยทัศน์สั้นแค่นั้นที่เขาคิดกัน!!!! …ก็เลยไม่มีผู้ใดคบพวกคุณและก็เค้าจะสาปแช่งกันอีกทั้งแผ่นดิน!!! ไปสู่ที่ถูกใจที่ถูกใจเหอะและก็คืนบ้านฉันมา!! หากคำว่ารำลึกไม่มี…ฉันก็ไม่มีน้ำใจให้ด้วยเหมือนกัน …ฉันไม่ได้ผลตอบแทนอะไรจากการที่เธออยู่บ้านฉัน….วันนี้ฉันเลยขอบ้านคืน!!!