มือปืน โลกพระจัน 2

ทำใจไว้แล้วว่าไม่เกี่ยวอะไรกับภาคแรก แม้กระนั้นพอดูก็รู้สึกน่าผิดหวังอยู่ดี หนังมาพร้อม High Concept สูงมาก มีความทะเยอทะยานสูง ทั้งการบ้านการเมือง ดราม่า เอเลี่ยน กระทั่งถึงพระเจ้า การผลิตมนุษย์ แม้กระนั้นดูแล้วเสมือนเมากาว มาเล่าแบบแถๆมากกว่า เสียดายเซ็ทอัพมัน มันพร้อมจะเป็นหนังที่ดีได้ แม้กระนั้นหนังเล่าแบบขาดๆเกินๆจะตลกขบขันก็ไม่ตลกเต็มที่ / จะเอาจริงเอาจัง ก็ไม่ซีเรียสเต็มที่อีก มองทีเล่นทีจริงไปหมด ในตอนที่ผลงานล่าสุด ที่ผ่านมาของผู้กำกับยุทธยอดเยี่ยม อย่าง ดอกฟ้าสุนัขแจ๊ส ที่ไฮคอนเซ็ปต์เหมือนกัน (ย้อนเวลา) กลับทำได้ดีมากกว่ามาก ด้วยเหตุว่ามันไม่เล่าเกินตัว คำพูดตลกหน้าเฉยก็พอดีกับเส้นเอาจริงเอาจังของมัน เลยชอบ “ดอกฟ้าสุนัขแจ๊ส” กว่ามากๆ แม้กระนั้นมือสังหาร2 มุขหน้าเฉยมันล้น เสมือนอยากหน้าเฉยแม้กระนั้นคาเฟ่ อยากจะเอาจริงเอาจัง เพียงแค่ก็เสมือนโม้ เลยไม่มีอะไรพอดีทั้งหมดทุกอย่าง ฉากแอ็คชั่นก็ทำออกมาส่งเดช ยิงกันก็ไม่ดุดันอะไรเลย ฉากยิงกันใน “มือสังหารดาวพระเสาร์” ยังดุดัน มีเลือดคลุ้งกว่า (ไม่นับมือสังหารเดิม ที่ทำแอ็คชั่นออกมาดี ด้วยเหตุว่าหนังมาเวย์ตลกขบขันแอ็คชั่นเต็มกำลังอยู่แล้ว) สิ่งที่ดี ที่พวกเราสัมผัสได้ จากหนังประเด็นนี้ มี 3 สิ่ง 1. เส้นดราม่า โจ๊กโซคูล กับกิ๊บซี่ที่ อยากพาแฟนใกล้ตาย ไปดูแสงเหนือ (เห็นกระจ่างว่ายุทธยอดเยี่ยมยังเล่าเรื่องดราม่าเล็กๆก้าวหน้า) 2. Setting เมืองไทยหิมะตก ที่มองแปลกตา และไม่ค่อยเห็นในภาพยนตร์ไทยเรื่องไหน 3. เพลงประกอบ ตราบละอองดินContinue Reading

ผีอยากเป็นลูกคน

การที่มีหนังจากรัสเซียมาเข้าฉายในบ้านพวกเรา ก็นับว่าเป็นหัวข้อให้น่าสน ว่าน้านนานจะมีหนังจากรัสเซียมาสักเรื่อง ก็ย่อมเป็นหนังที่มีอะไรดี ถ้าเกิดไม่กวาดรางวัลในบ้านมามากมาย ก็จำต้องทำเงินถล่มทลายถึงได้นำออกไปขายตลาดต่างถิ่น เหมือนกับ Stray หรือชื่อรัสเซียว่า Tvar มีความหมายว่า “สิ่งมีชีวิต” ดัดแปลงแก้ไขมาจากนิยายระทึกขวัญ ผลงานประพันธ์ของ ‘แอนทุ่งนา สตราโรบิเนท ที่ได้รับการตั้งชื่อว่าเป็น สตีเฟน คิง ที่รัสเซีย ตัวเธอพึ่งได้รางวัล ผู้ประพันธ์เหมาะสมที่สุด จากเวที European Science Fiction Award ปี 2018 มาได้ด้วย นำมาซึ่งการทำให้ Stray เป็นหนังสยองขวัญรัสเซียเรื่องแรกที่ซึ่งสามารถขายไปได้ถึง 30 ประเทศ ฟังดูดีนะครับ ว่าหนังคงจะให้รสแปลกใหม่กว่าหนังสยองขวัญฮอลลีวูดที่สร้างกันออกมาแทบล้นตลาด แล้วก็เป็นไปตามคาดนะครับ Stray แปลกใหม่จริงนะครับ มันคือหนังสยองขวัญที่ไม่มีฉากสยองเลย ไม่มีฉากไหนที่ชักชวนให้ลุ้นระทึกอย่างที่คุ้นเคย ว่าเดี๋ยวจึงควรตกใจ หรือชักชวนให้จำต้องเอามือปิดตา ไม่ได้ตกใจสักเฮือกกระทั่งอยากได้ฉากตุ้งแช่มาสักจึ้กหนึ่ง ทั้งที่พลอตเรื่องให้โอกาสให้ใส่ฉากสยองได้มากมาย รายละเอียดของหนังก็จำต้องกล่าวว่าไม่แปลกใหม่ เป็นพลอตที่ฮอลลีวูดสร้างกันมาไม่รู้กี่ครั้งแล้วกับการที่คู่ผัว-เมีย ไปรับมาเลี้ยงลูกกำพร้ามา แล้วเปลี่ยนเป็นเด็กเปรต อิกอร์ และพอลีทุ่งนา เสีย “วานยา” ลูกชายวัย 6 ขวบ ไปด้วยอุบัตเเหตุรถยนต์ ผ่านมา 3 ปี พอลีนายังคงหม่นหมองทำใจกับความสูญเสียไม่ได้ อิกอร์จึงพาพอลีทุ่งนาไปสถานที่ดูแลลูกกำพร้าเพื่อให้เลือกรับเด็กชายสักคนมาชุบเลี้ยง มีเด็กให้เลือกมากมายแต่ว่าพอลีนาก็เฉพาะเจาะจงเลือกเด็กชายแปลก และยิ่งกว่าแปลกก็คือเด็กชายคนนี้ เป็นเด็กตัวเล็ก รูปร่างหน้าตาน่ากลัว ผิวขาวซีดเผือด หัวล้าน ร่างกายไม่มีขนสักเส้น ไม่พูด แต่ว่าแผดเสียงข่มขู่แบบสัตว์ร้าย แถมมีเขี้ยวแหลมน่ากลัว ที่สำคัญเด็กชายคนนี้อยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชายในสถานสงเคราะห์ฆ่าตัวตายด้วยการใช้ปืนจ่อหัวตัวเอง ที่ตรงนี้ล่ะนะครับที่ต้องการจะ เฮ้อออออ ออกมาดังๆหนังไม่มานะอธิบายเหตุผลอะไรแม้แต่น้อยว่าเพราะเหตุไรพอลีทุ่งนาถึงจึงควรเฉพาะเจาะจงเอาเด็กน่ากลัวคนนี้กลับไปอยู่บ้าน ทั้งที่น่ากลัว แล้วก็อยู่ในที่เกิดเหตุมีคนตาย ทั้งยังแม่ชี และตำรวจก็ทักท้วงว่าอย่าเอาเด็กคนนี้ไปเลย มันคือแผลรุนแรงมากสำหรับหนังสักเรื่อง ถ้าเกิดเปิดเรื่องด้วยหัวข้อหลักแล้วไม่มีซึ่งเหตุผลสมควร มันก็เลยสร้างความกระดากตั้งแต่ต้นเรื่อง แล้วบทหนังก็ยังไม่สามารถที่จะทำให้ผู้ชมเชื่อตามไปกับพฤติกรรมขวางโลกของพอลีทุ่งนาได้ พอเอามาเลี้ยงเด็กนรกก็ยังคงมีกิริยาเช่นสัตว์ร้าย อิกอร์ไม่เห็นพ้อง และอ้อนวอนให้พอลีนาคืนเด็กกลับไปที่สถานสงเคราะห์แต่ว่าเธอก็ยืนกรานว่าจะเก็บเด็กไว้ แถมยังตั้งชื่อเด็กน้อยว่า “วานยา” ตามชื่อลูกที่เสียไป หนังก็เดินเรื่องตามแบบนิยมของหนังสยองขวัญ ด้วยการให้อิกอร์แสวงหาเบื้องหน้าเบื้อหลังเบื้องหลังของเด็กเปรตรายนี้ และหาคำตอบว่าเพราะเหตุไรผู้ดูแลถึงฆ่าตัวตาย ก็นับว่าเป็นปริศนาที่วางไว้ให้พวกเราต้องการรู้คำตอบถึงที่มาของเด็กเปรต ซึ่งคำตอบก็ถือว่าแปลกใหม่จากหนังฮอลลีวูด เพราะว่าคำอธิบายถึงตัวตนของเด็กเปรตนั้นพาเอาหลุดโลกกันไปเลย ซึ่งแปลก แต่ว่าไม่รู้สึกเหวอหรืออึ้ง ก็ไม่รู้ว่าปัญหาที่เกิดกับหนังนี้มีมาตั้งแต่ต้นฉบับที่เป็นนิยายหรือมีการเสริมเติมแต่งโดย โอลก้า โกโรเด็ตสกายา ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เหมารวมตำแหน่งดัดแปลงแก้ไขนิยายมาเป็นบทภาพยนตร์เองด้วย แต่ว่าปัญหาสำคัญๆของโอลก้า เลย คือเขาไม่สามารถที่จะสร้างบรรยากาศสยองให้กับ Stray ได้แม้กระทั้งนิดเลย สร้างหนังสยองแต่ว่าไม่มีความน่ากลัวเลย ก็ถือว่าสอบตกอย่างไม่น่ายกโทษแล้วล่ะนะครับ เอาว่าไม่ใช่แค่หัวข้อนี้หัวข้อเดียวที่ไม่มีเหตุไร้ผล แต่ว่าในเรื่องยังมีอีกมาก แต่ว่าถือมาเอ่ยถึงไม่ได้เนื่องจากว่าเป็นการสปอยล์ อีกจุดที่รู้สึกยี้มาก คือมาตรฐานซีจีของหนัง ทำออกมาแบบนี้แล้วเห็นได้ชัดว่าวิทยาการงานวิชวลเอฟเฟกต์ของรัสเซีย ตามหลังจีนอยู่ห่างไกลเลย ฉากโชว์ซีจียาวหลายวินาที แล้วไม่ใช่โชว์แบบมืดๆนะ แต่ว่าวางกันสว่าง เต็มหน้าจอให้เห็นจะๆกันไปเลย ว่างานของฉันกากขนาดไหน เพราะเหตุไรกล้าอวดขนาดนั้นนะ จะหาตรงไหนมาชื่นชมหนังได้บ้างนะ เอาเป็นงานแสดงแล้วกัน ตัวบิดามารดาน่ะพอผ่านๆไปได้ ไม่มีฉากจำต้องโชว์ความรู้ความเข้าใจสำหรับการแสดงอะไรมากมายนัก แต่ว่าที่น่าชมเชยคือตัวเด็กเปรตนั่นแหละ ที่จำต้องใส่พัฒนาการเข้าไปในตัวเองมากมาย ตั้งแต่เป็นเด็กเปรตวิ่งและเดินแบบ 4 ขา เปลี่ยนมาเป็นผู้เป็นคนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่งตัวดี มีผมและเริ่มคุยติดต่อกับบิดามารดาชุบเลี้ยง หลายๆฉากจำต้องสื่อความทารุณโหดร้ายผ่านทางสายตา นับว่าบทนี้แบกรับภาระหน้าที่สำคัญของหนังเลยล่ะ ผีอยากเป็นลูกคนContinue Reading

ATTACK ON TITAN

ส่วนตัวแล้วผมได้ยินมาราวๆหนึ่งถึงกระแสความนิยมในมังงะและแอนิเมชั่นเรื่อง ATTACK ON TITAN แต่ว่าอย่างไรก็ดีภายหลังที่มีการประกาศสร้างหนังและมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดสำคัญในหนังโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลง “เชื้อชาติ” นักแสดงจากชาวยุโรปให้กลายมาเป็นญี่ปุ่นฉะนั้นก็เลยถูกทำให้รายละเอียดของนักแสดงและฉากหลังถูกเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร อย่างไรก็ดีเมื่อรายละเอียดปลีกย่อยในมังงะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่แล้ว พอๆกับว่านี่เป็นการยกเครื่องใหม่ ฉะนั้นการชูเอามังงะมาเทียบกับเวอร์ชั่นหนังก็ดูไม่ค่อยแฟร์นัก จุดบอดประการสำคัญในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นั้นคือการที่หนังมีฉากหลังที่จัดได้ว่าออกจะ “สเกลใหญ่มาก” แต่ว่าเหตุเพราะทุนสำหรับการสร้างนั้นแม้ว่าจะเป็นหนังทุนสร้างสูงในประเทศญี่ปุ่นแล้วก็ตาม แต่ว่ามันก็ ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างโลกหลังกำแพงสูงให้ออกมาให้พวกเราเห็นภาพรวมของเมืองมากยิ่งกว่าจะให้คนดูมองเห็นแต่เพียงหมู่บ้านเล็กๆที่ดูคล้ายกับบรรดาบ้านในภาพยนตร์จีนกำลังภายใน และก็ยังรวมทั้งเมืองชั้นในที่ดูผ่านๆแล้วก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่ามันเป็น “เมืองจริงๆ” นอกเหนือจากนั้นการที่หนังไปเลือกโลเคชั่นสำหรับการใช้ “เกาะฮาชิมะ” อันเป็นเมืองร้างและเป็นตึกสูงที่ดูดำทะมึนน่ากลัว (ที่เดียวกับที่หนังไทยเรื่องตลกขบขันชิมะโปรเจ็คไปถ่ายทำ) กลับยิ่งทำให้พวกเราไม่ค่อยเข้าใจแบบสถาปัตยกรรมในโลกของ ATTACK ON TITAN สักเท่าไหร่ (เพราะหลายสไตล์เหลือเกิน) attack on titan นอกเหนือจากนั้นการออกแบบนักแสดงในหนังประเด็นนี้จัดได้ว่าออกจะมีความน่าเบื่อหน่ายสูงมากมาย นอกเหนือจากนั้นตัวหนังไม่ได้ให้เวลาสำหรับการให้ผู้ชมมีโอกาสทำความรู้จักนักแสดง จริงอยู่ที่พวกเราบางครั้งก็อาจจะได้รู้จะเอเลนผ่านฉากที่เขาพากเพียรจะเชิญชวนมิคาสะไปที่กำแพงเมืองรวมถึงตั้งข้อซักถามถึง “โลกหลังกำแพง” สะท้อนให้มีความเห็นว่านักแสดงเอเลนนั้นมีความมะทะลุ ถูกใจตั้งข้อซักถามและพากเพียรออกจากกรอบที่สังคมวางเอาไว้ แต่ยังไม่ทันจะได้เปิดหูเปิดตายักษ์ไททันในตำนานก็ปรากฏตัวขึ้นและพังทลายกำแพงชั้นนอกเพื่อเปิดช่องให้ไททันตัวเล็กตัวน้อยบุกเข้ามาในกำแพงเมืองและไล่กินเนื้อมนุษย์ในเขตเมืองชั้นนอกซึ่งเป็นหลักที่เกษตรกรรม ทำลายบ้านช่อง เรียกได้ว่าเป็นการรุกรานที่ฆ่าล้างบางกระทั่งมนุษย์ที่เหลือมีชีวิตรอดจะต้องหนีไปยังเมืองชั้นในที่เป็นเขตเศรษฐกิจ ตัวหนังกระโดดข้ามช่วงเวลาไปสองปีเอเลนได้อยู่ในกลุ่มทหารที่จะต้องเดินทางออกไปปราบไททันในเขตเมืองชั้นนอก เพื่อหาทางปิดช่องกำแพงเมืองเพื่อไม่ให้ไททันตัวอื่นๆบุกเขามาได้อีก ภารกิจหลังจากนี้คือการที่บรรดานักแสดงในหนังต้องหาทางต่อสู้และเอาชีวิตรอดจากยักษ์ไททัน ซึ่งตัวหนังก็เล่าออกมาได้ในแบบสูตรสำเร็จตามแนวหนังไล่เชือดนักแสดงเป๊ะๆเพียงแต่ว่านักแสดงในหนังประเด็นนี้มีความโง่เง่า ทึ่ม และมีพฤติกรรมเอาชีวิตรอดที่ออกจะไร้สติเท่าๆกับหนังญี่ปุ่นภาคต่ออย่าง BATTLE RPYALE ภาค 2 ซึ่งนอกจากคนดูยังแทบจะจำชื่อตัวละครไม่ได้แล้ว ยังต้องการจะให้พวกเขาตายๆให้พ้นหน้าจอหนังไปไวๆเสียที ATTACK ON TITAN ผ่าพิภพไททันContinue Reading

ATTACK ON TITAN

ภายหลังดูภาคแรกจบไปแล้วโดยที่ไม่ทราบเรื่องราวจากหนังสือการ์ตูนมาก่อน ผมก็ตั้งหน้าตั้งตารอภาคจบเพื่อจะดูว่ามันจะขมวดปมทั้งหมดยังไง เพราะเหตุว่าภาคแรกหากละเลย CG ที่เอาคนวางเดินบน bluescreen แล้วตัดต่อเป็นไททันแต่ออกมาราวกับยักษ์ในหนังจักรๆตระกูลๆก็จัดว่าทำได้ดีพอเหมาะพอควร ด้วยรายละเอียดและก็ความมันส์หลายๆอย่างรวมกัน พอเพียงมาภาคสองก็เลยต้องดูว่าท้ายที่สุดแล้วจะมันกว่าภาคแรกมั๊ย และก็จะจบยังไงหนังออนไลน์มันๆ หนังเปิดเรื่องด้วยการเล่าเกริ่นย้อนไปในภาคที่แล้วหน่อยเดียวเพื่อเรียกความจำของผู้ชม แล้วหลังจากนั้นก็เข้าเนื้อหากันเลยโดยทันที เพราะเหตุว่าหนังปูมาตั้งแต่ภาคที่แล้ว ผู้ชมเข้าใจดีแล้วล่ะว่าอะไรเป็นอะไร แต่หนังกลับกลับหัวข้อจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่เคยเน้นย้ำในเรื่องเกี่ยวกับการเพียรพยายามเอาตัวรอดของคนเราจากไททันทั้งหลายแหล่ เปลี่ยนมาเป็นหนังเกี่ยวกับการบ้านการเมืองชนชั้นการปกครองซะแบบงั้น ซึ่งจุดเด่นของเนื้อเรื่องที่มีมาจากภาคแรกถูกเอาออกหมด ในภาคนี้เราแทบมองไม่เห็นยักษ์ไททันเลย เห็นแค่เดินผ่านไปผ่านมา แต่มิได้แสดงอิทธิฤิทธิ์อะไรให้ดูน่าขนลุกเลย ตัวยักษ์ไททันที่เราจะได้เห็นในภาคนี้แปลงเป็นอุลตร้าแมนกลายร่างมาสู้กันให้เราดู ราวกับดูหนังยอดมนุษย์ ซึ่ง CG ในระหว่างที่อุลตร้าแมนสองตัวออกมาก็มิได้เนียนอะไรมากมาย แค่แปลงจากยักษ์ไททันหน้าเอ๋อๆที่ดูเหมือนกับว่ายักษ์จากละครจักรๆตระกูลๆช่อง 7 เวลาเช้า มาเป็นอุลตร้าแมนของช่อง 9 การ์ตูน ดูแล้วก็ขำขันดี แต่ไอ้เจ้ายักษ์หน้าเอ๋อมันยังดูหลอนโรคทางจิตกว่าดูอุลตร้าแมนตีกันซะอีก แต่ CG ในส่วนที่เยี่ยมก็มีนะขอรับ ผมถูกใจในระหว่างที่สู้กับไททันตาเห็นแป๊ะนายพล มันดูค่อยสมกับเป็น Computer Graphic หน่อย ซึ่งในช่วงเวลานี้เยี่ยมที่สุดในเรื่องละ เรื่องอารมณ์ของหนังภาคนี้ก็มิได้มีอะไรดึงอารมณ์ผู้ชมให้สนุกตื่นเต้นตามได้แม้แต่น้อย อารมณ์หนังมันดูขัดๆกันตลอดทั้งเรื่อง คิดจะตัดก็ตัด คิดจะยืดก็ยืด อารมณ์ตัวละครก็เหมือนกัน อยู่ดีๆคิดจะโหวกเหวกโวยวายก็แพล่มขึ้นมาซะแบบงั้น คิดจะซึ้งก็ซึ้งซาบซึ้งใจ มันปราศจากความต่อเนื่องเลย ซาวนด์ประกอบก็มิได้ช่วยอะไรตัวหนังเลย จนกระทั่งผมสงสัยว่าเพราะเหตุไรภาคแรกกับภาคนี้มันช่างแตกต่างกันเยอะขนาดนี้ ภาคแรกทำมาซะดีมาตกม้าตายเอาภาคจบซะงั้น และก็ช่วงท้ายมี End Credit ที่ให้รอดู แต่ดูแล้วก็มิได้ทำให้อยากจะดูต่อเท่าใด เพราะเหตุว่ามันขาดเหตุผลอะไรที่สนับสนุนเรื่องราวเหล่านั้นเลย Attack on Titan Season 2 ผ่าพิภพไททัน ภาค2Continue Reading

IRONMAN มหาประลัยคนเกราะเหล็ก

วันนี้คนเขียนจะมารีทิวทัศน์หนังซูเปอร์ฮีโร่สุดมันของค่าย Marvel ที่มีชื่อว่า Iron Man (มหาประลัยคนเกราะเหล็ก) กำกับการแสดงโดย จอน แฟฟโรว์ เป็นหนังแนวแอคชั่นซูเปอร์ฮีโร ที่ปัดกวาดรายได้ถล่มทลายไปถึง 585.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำแสดงโดย โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ สวมบท (โทนี่ สตาร์ค),กวินเน็ธ พัล โทรว์ สวมบท (เปปเปอร์ พอต),เจฟฟ์ บริดเจ็ดส์ สวมบท โอบาไดห์ สเตน (คุณลุงของโทนี่ สตาร์ค) เทอร์เรนส์ โฮวาร์ด สวมบท นาวาอากาศโท เจมส์ โรดส์ (เพื่อนเกลอของโทนี่ สตาร์ค) จอน ฟาฟาโร สวมบท แฮปปี้ โฮแกน (บริการ์ดผู็สุจริตของโทนี่ สตาร์ค) รวมทั้งศิลปินสมทบอีกมากมายที่จะมาสร้างความสนุกสนานให้กับคุณในหนังแอคชั่นสุดมันหัวข้อนี้ เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อพระเอกของเรื่อง โทนี่ สตาร์คContinue Reading

ดาบมังกรหยก2009

เราเคยมองมา 2 เวอร์ชั่น แต่เนื่องจากเราเป็นวัยรุ่น เลยชอบเวอร์ชั่น 2003 ที่สุด ที่ซูโหย่งเผิงเป็นพระเอก เจียจิ้งเหวินเป็นนางเอก ผู้แสดงสวยหลายคน บทก็เด่น คำบอกเล่ามีอถรรส ประทับใจ บางโอกาสมีมุกขำๆบ้าง ฉากบู๊ก็มองสนุกสนาน ฉากรักก็ซึ้งประทับใจ แต่เวอร์ชั่นนี้ ที่เติ้งเชาแสดงเป็นเตียบ่อกี้ อันอวี่เซียนแสดงเป็นเตี๋ยเมี่ยง มองมาเกือบครึ่งเรื่อง ห่วยแตกหลายมิติจริงๆ เริ่มจาก…1.เตียบ่อกี้ เราว่าเขาหน้าตาไม่ดี และก็ไม่มีเสน่ห์ในการแสดงนะ การสื่อสารทางสายตายังมิได้ บางบทควรจะแสดงอารมณ์ความรู้สึกก็ดันแข็งทื่อๆซะงั้น บทพูดใช้การไม่ได้เลย บทบู๊ก็เพียงพอหยวนๆได้ ไม่ค่อยสมควรจะเป็นเตียบ่อกี้ เนื่องจากรู้สึกซึมๆเฉยๆแข็งมากมายว่าจะอ่อนโยน นุ่มนวล ตามแบบฉบับ… (เตียบ่อกี้ฉบับซูโหย่วเผิง เขาตัวเล็กก็จริง หน้าตาไม่หล่อจัด แต่น่ารัก แววตา และก็บุคลิกมีเสน่ห์ มีชีวิตชีวา ดูแล้วเชื่อว่าเป็นเพศชายที่อบอุ่น สุจริตใจ และก็หวั่นไหวง่าย) 2.เตี๋ยเมี่ยง พึ่งได้มองเห็นไม่กี่ฉาก ยังติติงมิได้มากมาย แต่ถ้าหากเทียบหน้าตา ก็ยังไม่สวยเพียงพอ ออกมาตอนแรกๆมองโหด เจ้ายศเจ้าอย่าง เย็นชา หยิ่งๆยังไงไม่รู้จัก (เตี๋ยเมี่ยงฉบับเจียจิ้งเหวิน ให้ความรู้ความเข้าใจสึกปลิ้นปล้อน แสบ หัวหมอ แต่ยังซ่อนเร้นความซุกซน น่ารัก มีเสน่ห์ เรามองเห็นนางเอกแล้วรู้สึกเฉยๆอ่ะ ไม่ต้องใจ) 3.จิวจี้เยี๊ยก เราว่าคนนี้งามนะ อาจมองมีอายุไปหน่อย การแสดงใช้ได้เลย เทียบกับเกาหยวนหยวน เราว่าก็โอเค ชอบแบบทั้งสองคนเลย 4.ฮึงหลบ เวอร์ชั่นนี้เหมือนเด็กไม่เต็มเต็ง ปุ๊กหุ่ย น่ารักใช้ได้ เสี่ยวเจียว ก็เพียงพอผ่าน (แต่ชอบคนก่อนมากกว่า) 5.เหล่าพวกพ้องเม่งก่า หน้าตาแต่ละคน จำต้องพูดว่าเทียบเวอร์ชั่นก่อนมิได้จริงๆสำนักบู๊ตึ๊งน่าผิดหวังมากมายๆๆๆเอาชุดฉ้วนจินก่าของภาคจอมยุทธอินทรีมาใส่เพราะอะไร แม่ชีมิกจ้อจะสาวไปไหน เตียซำฮงน่าสยองไปนะ มองขาดๆเกินๆทั้งผองเลย 6.ป่วยไข้กับบทพูดมากมาย เทียบกับเวอร์ชั่น 2003 แล้ว คำบอกเล่ายังมีเสน่ห์ เสนาะหูกว่าเยอะแยะ บทพูดหลายประโยคของเรื่องนี้ ใช้ไม่ได้เลย เสมือนไม่ใช่ภาพยนตร์จีนดาบมังกรหยก 7.ฉาก ภาพพื้นหลัง เอฟเฟคต่างๆมันออกจะจินตนาการโอเว่อร์ไปแล้วล่ะ แบบปกติยังมองน่าสนุกกว่าอีก 8.บท แปลงหลายฉากเช่นเดียวกัน ก็รู้เรื่องว่าจำต้องแปลงบ้าง แต่เราว่ามันเว่นเว้อ กินเวลาไปแล้วล่ะ ตัดต่อได้ไม่สนุกสักเท่าไหร่ รู้ดีว่าเวอร์ชั่นนี้ ทุนสร้างต่ำที่สุด แต่การคัดสรรผู้แสดงคงจะเอาที่ดียิ่งกว่านี้มาได้นะ มองไปก็บ่นไป (บางโอกาสก็ขำเกลือก) แต่เนื่องจากเป็นแฟนตัวยง เลยจำต้องมอง ใครเป็นอย่างเราบ้าง มาเมาท์กันContinue Reading

Avengers Endgame

ตกลงว่า ไม่ว่าใครจะนับว่ามากมายหรือน้อยขนาดไหน ถือว่าเป็นการสปอยล์หนังหรือเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่องหรือไม่รวมทั้งยังไง ชื่อหนัง Avengers: Endgame ผลงานกำกับของสองญาติพี่น้องรุสโซก็บอกตัวมันเองอย่างทนโท่ว่า นี่เป็นตอนสุดท้ายหรือผลสรุปของอภิมหาตำนานปกป้องจักรวาลรวมทั้งโลกของเหล่าซูเปอร์วีรบุรุษ (นับปริมาณไม่ถ้วน) ที่คนทำหนังอุตส่าห์ปลุกปั้นรวมทั้งฟูมฟักมายาวนาน สิริแล้วใช้เวลา 11 ปี ประกอบไปด้วยหนังในเครือข่ายจักรวาลมาร์เวลทั้งนั้น 22 เรื่อง รวมทั้งอย่างที่รู้กันว่า Avengers: Endgame เป็นตอนต่อโดยตรงจาก Avengers: Infinity War (2018) สิ่งที่อนุมานได้อย่างไม่ยากเย็นก็คือ ภารกิจสำคัญของหนังเรื่อง Avengers: Endgame ย่อมหนีไม่พ้นการถักต่อเนื้อหาของตอนก่อนหน้าที่จบลงอย่างประเภทที่เกือบจะไม่หลงเหลือความปรารถนาใดๆให้กับผู้ชมอเวนเจอร์ 4 พูดสรุปอย่างย่อท้อ เหล่าซูเปอร์วีรบุรุษทั้งทีมอเวนเจอร์สรวมทั้งกลุ่มกัปตันอเมริกา (ซึ่งขัดแย้งในเชิงอุดมการณ์ในตอน Captain America: Civil War) จบลงด้วยความปราชัยอย่างหมดรูป หัวหน้าทีมอย่าง โทนี สตาร์ก กำลังพบเจอวาระสุดท้ายของตนเองนอกโลก แม่ทัพนายกองผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยต้องเปลี่ยนภาวะเป็นเถ้าถ่านละออง เหตุเพราะพลังจากการ ‘ดีดนิ้ว’ ของ ธานอส จอมวายร้ายเจ้าของถุงมือมหาประลัย ซึ่งแต่งแต้มไว้ด้วยเพชรนิลจินดาครอบครองพิภพอีกทั้ง 6Continue Reading

Vagabond

รีวิว Vagabond เจาะแผนลับเครือข่ายแดนนรก (คลิกรับชมเหมาะนี่) ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ของประเทศเกาหลีที่ฉายร่วมกับ Netflix ในฐานะซีรีส์ออริจินัล หนังฉายพร้อมประเทศเกาหลีอาทิตย์ละ 2 ตอน คืนวันศุกร์กับเสาร์ เป็นเรื่องราวเกี่ยว “ชาดัลกอน” พระเอกที่มีอาชีพสตันท์แมนออกตามล่าหาต้นเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก ซึ่งเหยื่อผู้รับเคราะห์มีถึง 211 คน ไม่มีใครรอดตาย แล้วก็หลานชายเขายอดเยี่ยมในนั้น แม้กระนั้นแล้วพระเอกกลับได้เบาะแสจากวิดีโอที่ถ่ายไว้โดยหลายชายบนเครื่องก่อนตก พบว่ามีชายผู้รอดตาย 1 คนจากบนเครื่อง แม้กระนั้นไม่มีในรายชื่อผู้โดยสารว่าเป็นใครกันแน่ ยิ่งตามสืบเยอะแค่ไหนเรื่องราวกลับยิ่งใหญ่โตเกินกว่าที่เขาคาดคิด รีวิวส่วนแรกนี้จะเป็นการรีวิวจาก 8 ช่วงแรก ซึ่งซีรีส์นี้มีทั้งหมด 16 ตอน (รีวิวต่อจาก 8 ช่วงแรกจะอยู่ส่วนท้ายบทความรีวิว) ซึ่งจาก 8 ช่วงแรกนี้เรื่องยังไม่ถึงตอนกลับไปแบบที่เปิดมาในตอนแรกว่าพระเอกดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็นมือสังหารไปแล้ว ซึ่งเรื่องราวจะย้อนกลับมายังจุดเริ่มของเรื่องทั้งหมด ปูให้มีความเห็นว่าพระเอกกับหลานชายมีชีวิตอยู่กันสองคน แล้วก็เป็นชีวิตที่มิได้อยู่ดีกินดีนัก เนื่องจากว่าอาชีพสตันท์แมนของพระเอกก็มิได้มีรายได้มากแค่ไหน แถมในที่สุดก่อนหลายชายขึ้นเครื่องบิน ก็ยังมีดราม่าทะเลาะกันอีก ทำให้เปลี่ยนเป็นปมใหญ่ในชีวิตที่ทำให้พระเอกก้าวถัดไปมิได้ ถ้าหากทำให้หัวข้อนี้เด่นชัด หนังอัดฉากแอ็กชั่นใส่เอาไว้ภายในเรื่องจำนวนมากดูเหมือนจะทุกตอน โดยเฉพาะช่วงแรกที่ใส่มาแบบจัดเต็ม พร้อมทั้งโชว์สกิลสตันท์แมน + ฟรีรันนิ่งติดตามคนร้ายไปทั้งเมืองในประเทศโมร็อกโก ซึ่งทำออกมาได้ระทึกน่าติดตาม แม้กระนั้นออกแนวโวเกินจริงมากไปสักนิดสักหน่อย อย่างฉากที่พระเอกโดดลงจากตึก 3 ชั้นมาหยุดรถยนต์ที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง กลับเกือบจะไม่เป็นอะไรลุกมาบู๊ต่อสดเฉย ซึ่งฉากแอ็กชั่นอีกทั้งเรื่องถ้าหากไม่คิดถึงความสมจริงเอามันส์ก็พอเพียงจะหยวนๆไปได้ แม้กระนั้นถ้าหากมองดูความสมจริงหนังเปลี่ยนเป็นโอเวอร์มากจนเกินความจำเป็นหลายประเภท รวมถึงฝั่งตัวร้ายที่ดูแอ็กติ้งการแสดงเกินไปกระทั่งไม่เคยทราบสึกน่าไว้วางใจสมบทบาท ซึ่งมีหมดทั้งตัวร้ายฝรั่งแล้วก็ประเทศเกาหลีที่เหมือนอีกทั้งเรื่องจะมีคนดีไม่กี่คนเพียงแค่นั้น เรียกว่าใส่มาเยอะเกินกระทั่งไม่ต้องทายใจว่าใครกันแน่โจร เนื่องจากบทแทบจะเล่นแบบเฉลยให้ทราบไปหมดว่าใครกันแน่ชั่วโคตร เกือบจะไม่ต้องทายใจอะไรทั้งสิ้นvagabond ซับไทย หนังมีส่วนของการไต่สวนตามหาหลักฐานต่างๆเยอะ ถึงแม้ในส่วนรายละเอียดการไต่สวนกลับเกมฝั่งโจรกับฝั่งพระเอกจะดูบันเทิงใจดี แม้กระนั้นเหมือนหนังแค่ตั้งอกตั้งใจใส่มาเป็นพล็อตให้มีแอ็กชั่นหรือการไล่ล่าประกอบในตอนเพียงเท่านั้น ต่อจากนั้นก็จบ ทำลายแล้วก็แล้วก็ปิดหลักฐานไปง่ายๆไม่ค่อยมีความคิดว่าเรื่องราวมีเก็บงำความลับอะไรไว้สักเท่าไหร่ แถมยังรีบเฉลยอะไรต่างๆแบบไวทุกตอน แม้กระนั้นก็บางครั้งอาจจะไม่ใช่ข้อสำคัญของเรื่องราวหลัก เนื่องจากนี่ยังเป็นแค่ตอนแรกๆเพียงแค่นั้น หนังบางครั้งอาจจะยังมีทีเด็ดอะไรมากกว่าเรื่องราวที่ปูในตอนแรก เนื่องจากเปิดเรื่องมาพระเอกก็เปลี่ยนเป็นมือสังหารไปแล้ว แตกต่างจากที่ตอนปัจจุบันนี้ยังเป็นคนปรกติอยู่ (อัพเดท ep7-8) ในส่วนของ EP7-8 จะเล่นเรื่องราวสลับไปมาระหว่างประเทศเกาหลีกับโมร็อคโก รวมถึงมีสถานะการณ์สำคัญเกิดขึ้นทั้งคู่ประเทศนี้พร้อมกัน เป็นการแบ่งงานกับสืบเรื่องราวที่เริ่มใหญ่แย่ลงกว่าเดิมขึ้นเรื่อยในจุดนี้ทำเป็นลุ้นแบบฉิวเฉียวะไปมาตลอด แม้กระนั้นก็ติดที่ฉากแอ็กชั่นหลายฉากไม่สมจริงเอามากๆอย่าง EP8 ที่ข้างพระเอกโดนกระหน่ำล้อมยิงด้วยอาวุธการรบเป็นชุด กลับใช้ปืนพกสู้ยิงสวนได้เกียรติตาเฉย แถมรถยนต์ที่ถูกยิงพรุนลูกกระสุนปืนกลับไม่ถูกคนภายในรถยนต์เลย ซึ่งจากที่ดูคนสร้างอาจมิได้มีความรู้สึกว่าจะมีผลให้สมจริงอะไรมากอีกแล้ว เรียกว่าเป็นหนังเน้นย้ำมันส์ระห่ำไว้ก่อนก็พอเพียง ซึ่งถ้าหากใครกันแน่ไม่สนใจในจุดนี้ก็จัดว่าหนังทำออกมาได้บันเทิงใจแล้วก็สเกลใหญ่เกินกว่าซีรีส์ปกติมาก Vagabond เจาะแผนลับเครือข่ายแดนนรกContinue Reading

ดาบมังกรหยก

ผมรู้สึกชอบเวอร์ชั่น2019มากมายๆไม่ด้อยไปกว่า2003หรือ2009 หรือผมชอบนิยายเรื่องนี้อยู่แล้วหลังจากนั้นก็ไม่รู้จักเลยดูได้ทุกเวอร์ชั่น 5555+ ดูถึงตอน22นับว่าครึ่งเรื่องละ สร้างออกมาได้ตรงกับคำกลอน80-90% บทต่างๆก็ทำเป็นลงตัว บางจุดสั้นกระชับไปหน่อยแต่ว่าก็หยวนๆไปละกัน จุดที่เสริมเข้ามาก็ไม่กินเวลามากมาย ผู้แสดงนำหญิงทุกคนงามระดับเป็นนางเอกหนังเรื่องอื่นได้เลย ดูแล้วเสมือนเอานางเอกหนังหลายๆเรื่องมารวมในเรื่องเดียวกัน นักแสดงผู้อื่นก็เล่นดี เอิ้ยเซียว(หยางเซียว)บทเด่นกว่าทุกเวอร์ชั่น ฉากต่อสู้เบื่อตรงที่มักจะทำฉากสโลวหลบแบบเฉียดบ่อยเกินไป เสมือนเอาแต่มุขเดิมมาใช้ นอกเหนือจากนี้ก็โอเค ซีจีทำเป็นคลื่นลมปารณก็นับว่าไม่เวอร์เหลือเกิน ไม่มีปล่อยฝ่ามือระยะไกลระเบิดตูมตามแบบเวอร์ๆ แต่ว่ากระบี่มังกรหยก2019รู้สึกกระแสเงียบๆในพันทิปก็ไม่ค่อยมีกระทู้เอ๋ยถึง ตอนที่มังกรหยก2017ออกฉายกระแสบูมมากมายๆ สงสัยคนชอบมังกรหยก1-2มากยิ่งกว่ากระบี่มังกรหยกดาบมังกรหยก 2019 อันที่จริงแล้วกระทู้นี้ผมอยากเอ๋ยถึงคำกลอน ในมังกรหยกทั้ง3ภาค ผมชอบกระบี่มังกรหยกสูงที่สุด เรื่องนี้เป็นนิยายลำดับที่9จาก15เรื่องของกิมย้ง นับว่าอยู่ในตอนกำลังพีคของผู้ประพันธ์ ในพันทิปคนชอบเอ๋ยถึงมังกรหยก1-2มากยิ่งกว่า แต่ว่าโดยส่วนตัวผมแล้ว กระบี่มังกรหยก นับได้ว่าเป็นนิยายกำลังภายในที่ใช้ศิลป์การประพันธ์ได้อย่างสุดยอดเรื่องหนึ่ของกิมย้ง เป็นหนึ่งในกระบี่มังกรหยกที่รีเมคออกมาแล้ว ทำเป็นเด่น ผ่านไปอีก 10 ปีก็น่าจะเป็นหนึ่งในเวอร์ชั่นที่คนยังสรรเสริญกันอยู่ แต่ว่าน่าเสียดายว่ามีจุดที่ไม่สมูทหลายอย่าง แม้ว่าคิวบู๊จะทำเป็นดี แต่ว่าใช้ฉากสโลว์มากมายไป และก็ช่วงท้ายรีบเดินเรื่องกระทั่งน่าผิดหวัง ดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาที่ได้รับมาจากนิยายในช่วงท้ายพอสมควร แต่ว่าในรูปภาพรวมแล้วนับว่าทำเป็นสนุก The Heavenly Sword and the Dragon Slayer ดาบมังกรหยกContinue Reading

Friend Zone

“เป็นเพื่อนกันก็ดีแล้วอยู่แล้วนี่ ?” หนังอีกหัวข้อของค่าย GDH ที่เข็นหัวข้อโดยในหมู่วัยรุ่นออกมาเป็นหนังไม่ขาดระยะ คราวนี้ก็เอาการเล่าสุดจี๊ดที่หลายคนเจอในช่วงวัยรุ่นมาเสิร์ฟอีกเหมือนเคย ในช่วงเดือนแห่งความรักอย่างนี้ เรื่องก็ว่าด้วยราวของเพื่อนซี้ชายหญิง ปาล์ม-กิ๊ง ที่รู้จักกันมาตั้งแต่ยุคเรียน คอยเปลี่ยนกันช่วยเหลือ เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน คอยอยู่ข้างๆกันมาตลอดจนมหาลัย จนถึงปฏิบัติงาน ภายหลังเหตุนึงที่เกิดขึ้นอยู่กับกิ๊ง ทำให้ปาล์มอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง และก็มาคอยดูแลตามภาษาคู่หู แม้กระนั้นแล้วเส้นกั้นบางๆระหว่างคำว่าสหาย กับแฟน ที่เริ่มมัว ก็ทำให้ทั้งคู่เริ่มรู้สึกถึงสัญญาณอะไรบางอย่าง ที่ทำให้อะไรๆมันไม่เหมือนเดิม “เฟรนโซน”ที่เคยประกาศกันไว้แจ่มชัดเริ่มปรากฎหนทางผ่านผ่าน ตอนที่เดินทางไปที่ต่างๆร่วมกันนั้น บางสิ่งก็เติบโตในหัวใจของ ปาล์ม และก็กิ๊งมากขึ้นเรื่อยและไม่แน่ว่า เรื่องราวผจญภัยที่ฟันฝ่ากันมาทั้งผองนี้จะก่อให้ทั้งคู่ได้เริ่มทางแฟนสักครั้ง หรือสิ้นสุดทางสหายกันแน่ ! ผู้กำกับ : ชยนพ บุญประกอบ (ที่เคยทำเรื่อง เมย์ไหนไฟแรงเฟร่อ, ซักซี้ด ห่วยขั้นเทพ) ดารานำ : นาย ที่ประเสริฐ เสียงสมบุญ(ปาล์ม), ใบเฟิร์น พิมพ์บิดา ลือวิเศษไพบูลย์(กิ๊ง) (+) ทุกผู้แสดงบทสำหรับพูดดีมาก โดยยิ่งไปกว่านั้นปาล์ม-กิ๊ง ที่คุยกันถูกคอแบบสหาย การเย้าแหย่ต่างๆคำบอกเล่าปลอบโยนในซีนดราม่า ไม่บอกนี่นึกว่าหนังไม่ใช้สคริป ฟังดูเป็นธรรมชาติเอามากๆจนถึงแทบจะแยกไม่ออกเลย (+) หนังเดินเรื่องบันเทิงใจมีเชิงชั้น บทวางมาดี โดยเป็นการบอกเรื่องราวผ่านการเล่าเรื่องของผู้แสดงนำชายในงานแต่งงาน โดยมีสหายร่วมชะตากรรมอีกสามคนเป็นผู้ฟัง สไตล์จะเป็นการเดินทางไปหลายๆที่ สลับเล่าย้อนอดีตเป็นปีตั้งแต่ยุคในรั้วโรงเรียนจนถึงปี 2019 ปัจจุบัน (+) มุกตลกโปกฮาบอกเลยว่าโคตรโดน และก็จี๊ดทุกอัน เล่นเอานั่งขำกันลั่นโรง เป็นตลกโปกฮาแบบมีเชิงชั้นนะ เอาสิ่งที่ทุกคนเคยเจอช่วงวัยรุ่น ตอนกำลังเริ่มจะมีความรัก ตอนถูกทิ้ง หรือถูกเฟรนโซนมาขยี้ได้เด็ดมาก และก็แทบจะไม่ได้ใช้คำหยาบเลย (+) ปาล์ม-กิ๊ง แสดงดีเหมือนกันสหายกันมานานมากจริงๆรู้เรื่องรู้ราวลับกันหมดไส้หมดพุง พูดคำเดียวก็อ่านกันออกหมดเปลือก ผลัดช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาตลอด friend zone เต็มเรื่อง ใบเฟิร์นนี่แสดงท็อปฟอร์มมากเรื่องนี้ ฉากดราม่าก็ทรงประสิทธิภาพแอ็กติ้งล้นเหลือทำเอาซึ้ง รีดน้ำตาซึมไปหลายซีน นางมองอินเสียดูหัวใจราวกับมีคนทิ้ง มีบุคคลภายนอกใจมาจริงๆส่วนปาล์มก็เล่นเป็นบทสหายที่แสนดีของกิ๊งได้สุดจัดปลัดบอกจริงๆตั้งแต่ให้ยืมตัง คอยช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา ไปไหนร่วมกันตลอด กล่าวได้ว่าบิดาพระของเรื่องเลยก็ว่าได้ ส่วนแก๊งสหายสมทบอีกสามคนก็แสดงได้จี๊ดไม่เบา โดยยิ่งไปกว่านั้น ชายหนุ่มตี๋ สุขพัฒน์ นี่เห็นท่าทางความอินของแกหน กรี๊ดแตกฮาลั่นกันทั้งโรงเลย ยิ้มเล่นจนถึงสุดสายกันจริงๆ (+) คณะทำงานทำการบ้านมาดีมากมายๆเรื่องเรื่องต่างๆคำบอกเล่าจี๊ดๆโดนๆที่วัยรุ่นเคยเจอ เคยอยู่ในเหตุกันมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งก็เป็นลักษณะเด่นของ GDH อยู่แล้ว (+) มุมกล้องถ่ายภาพในหนังถ่ายมุมงามดี สีสดงาม เลือกเวลาและก็โลเกชั่นได้ดิบได้ดีมากมาย ยิ่งช่วงที่บินกันไปต่างประเทศนี่ ร้องว้าวเลยจริงๆรู้สึกได้ถึงความลงทุนลงแรงของคณะทำงาน (+) หนังเรื่องนี้ให้หัวข้อข้อคิดเตือนใจดีมาก ทั้งความเป็นมิตร การดำเนินชีวิต การเลือกสิ่งที่ดีให้ตัวเอง แนวทางก้าวผ่านความหวาดกลัวด้วยประสบการณ์ใหม่ๆ จากสหายสู่แฟนคือการเปลี่ยนแปลงที่มีการเสี่ยง ซึ่งผลตอบแทนนั้นก็คุ้มสำหรับบางบุคคล มีทั้งคนที่เจ็บช้ำ และก็เป็นสุข และก็ทำให้ทราบว่าบางครั้ง เฟรนโซน ก็ไม่ได้ห่วยเสมอ แม้กระนั้นเป็นเพียงการเสนอทางเลือกใหม่ๆให้กับเรา ว่าจะทนอยู่อย่างนี้ถัดไป หรือยอมตัดใจเดินหน้าไปพบปะกับคนใหม่ๆที่อาจรออยู่ที่แหน่งใดสักแห่ง (-) มีช่วงที่การเล่าเรื่องเฉื่อยๆนิดๆเพราะว่าโฟกัสที่สองผู้แสดงสหายคู่คิด ปาล์ม-กิ๊ง มากจนเกินความจำเป็น คนไหนกันแน่ที่เกลียดลุค หรือติดอยู่แรกเตอร์สองคนนี้ก็บางทีอาจจะเอือมระอานิดๆเพราะว่าจำต้องเจอตลอดทั้งเรื่อง (-) หนังบางทีอาจจะออกแนวเฉพาะกรุ๊ปไปสักนิดสักหน่อย เน้นให้กำลังใจผู้ที่กำลังตกอยู่ในเฟรนโซน คนไหนกันแน่มีความรักดีอยู่แล้ว บางทีอาจจะไม่อินไม่จี๊ด ไม่ค่อยเห็นด้วยกับแนวคิด เท่าผู้ที่กำลังคอยราวกับผู้แสดงนำชาย โดยรวมเอาไป 8/10 เลยแล้วกัน เล่าเรื่องบันเทิงใจละมุนมากมาย มุมกล้องถ่ายภาพงาม รู้สึกได้ถึงความประณีต หัวข้อวัยรุ่นมีการค้นคว้ามาอย่างดี มุกตลกโปกฮาเยี่ยมฮาลั่นและก็จี๊ดทุกอัน การแสดงโคตรดีตีบทแตกละเอียด อินกันชนิดจะเครียด จะร้องไห้กันตามไปทั้งโรง แถมให้ข้อคิดเตือนใจจุใจจนถึงเอาไปนอนกอดที่บ้านได้เลย ถึงจะมีบางประเด็นที่บางทีอาจจะจบไม่สะสางไปบ้าง และก็การเล่าเรื่องที่แอบเนือยบางจุด แม้กระนั้นโดยรวมและก็เป็นหนังคุณภาพอีกหัวข้อนึงเลยนะครับ คนไหนกันแน่ตามหนังค่าย GDH อยู่แล้วเหมาะไปเก็บให้ครบเป็นอย่างมาก หนังค่ายนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ปล. เรื่องนี้อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีความรักที่ดีอยู่แล้ว หรือไม่เคยมีปัญหาด้านนี้ เพราะว่ามีความคิดหลายแบบในหนังที่คุณอาจขัดใจ และก็จะไม่อินซักเท่าไหร่ ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน Friend ZoneContinue Reading